Wednesday, January 30, 2013

เข้าค่ายลูกเสือ

         การเข้าค่ายลูกเสือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และรวมถึงฉันด้วยในครั้งนี้ เริ่มจากการรายงานตัวที่โรงเรียนบ้านห้วยนึ่งและเดินทางไกลไปจนถึงกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 หรือค่ายพระเจ้าตาก เป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ผู้กำกับสั่งให้เดินทางไกลไปทีละหมู่ ซึ่งฉันอยู่หมู่นกยูง หมู่นกยูงมีสมาชิกทั้งหมด 8 คน คือ ฉัน พลอย ณิ ซี ปิ่น เฟย์ ฟ้าใหม่ และใบเตย ในระหว่างการเดินทาง พวกเรารู้สึกเมื่อยและเหนื่อยกันมากๆ จึงร้องเพลงปลุกใจกันเพื่อจะเดินไปให้ถึงจุดหมาย ณ เวลานี้พวกเราได้รู้แล้วว่าไม่มีเพลงใดที่โดนใจได้เท่ากับเพลง"ความเชื่อ"ของบอดี้แสลม อีกแล้ว' ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไร มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังไงก็ต้องไปให้ถึง ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำว่าครั้งนึงเคยก้าวไป แค่คนที่เชื่อในความฝัน จะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินต่อไป '
         เมื่อเดินทางไปถึงก็ได้ทำกิจกรรมฐานต่าง กางเต็นท์ ประกอบอาหาร(ขณะนั้นเหนื่อยและร้อนมาก แต่ต้องมานั่งทำอาหารเย็น) และกิจกรรมเดินเสือกลางคืน มีทั้งฐานความจำ สัมผัส จิตใจ ฟัง (โดยเฉพาะฐานทดสอบจิตใจน่ากลัวมาก!!!) จากนั้นก็เข้านอน ฉันตื่นแต่เช้ากับเพื่อนมาอาบน้ำเพราะเนื่องจากมีห้องน้ำน้อยแต่คนเยอะ จึงตื่นมาอาบก่อน(ตอนนั้นเวลาประมาณ 3.00 น. หนาวมาก!) จากนั้นก็ล้างจาน ออกกำลังกาย ทำอาหาร(ช่างง่วงอะไรเช่นนี้) และเข้าฐานตอนเช้า ช่วงเช้าได้กระโดดหอ(ตื่นเต้นมากๆ ไม่เคยกระโดดมาก่อน แต่พอได้ลองแล้วรู้สึกว่าลมพัดเย็นสบายมาก อยากเล่นอีก!) แต่มาในช่วงบ่ายได้ทำกิจกรรมฐานต่างๆ(ฉันรู้สึกว่าฉันรักเพื่อนมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าเลย เพิ่งรู่ว่าเพื่อนรักเรามากขนาดไหน เพื่อนช่วยเราในยามที่เราลำบาก TT เป็นฐานที่ยากลำบาก แต่มีคุณค่าสุดๆ)

         ตอนเย็นหลังจากทำอาหารมีกิจกรรมรอบกองไฟ ทุกคนแสดงได้ยอดเยี่ยมและสนุกมาก ซึ่งรวมไปถึงห้องของฉันด้วย แต่อาจมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่มันก็ทำให้เรามีประสบการณ์เพิ่มขึ้น แต่ในตอนนั้นฉันรู้สึกไม่สบายและมีไข้ขึ้นจึงไม่ค่อยได้สนุกสนานมากเท่าไรนัก หลังจากนั้นก็เข้านอนและฉันกับเพื่อนก็ตื่นเช้าอีกเช่นเคย พอกลับมาถึงเต็นท์ฉันก็เผลอหลับไป(อาจเป็นเพาระไข้ที่ขึ้นนะ) ข้างๆเฟย์ซึ่งไม่สบายมากจึงขอนอนอยู่ที่เต็นท์ พอตื่นมาก็พบว่าพื่อนๆออกกำลังกายเสร็จกันแล้ว ฉันจึงรีบลุกขึ้นไปช่วยเพื่อนทำอาหาร

         
         อาหารเช้าวันนี้ของเราคือ'โจ๊ก'แสนอร่อยของพวกเรา(เฮ่อ วันนี้แล้วสินะ ที่จะต้องไป มีความสุขมากที่ได้อยู่กับเพื่อน) หลังจากเลิกกองแล้วทุกคนต่างพากันแยกย้ายกลับบ้าน ส่วนฉันก็...(เย่!ได้กลับบ้านแล้ว ยะฮู่!)ดีใจมากๆที่ได้กลับบ้าน หลังจากกลับมาจากค่าย ฉันก็มานั่งทบทวนว่าได้ทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง และได้รู้ว่าตัวเองกางเต็น์เป็น ก่อไฟเ็ป็น และทำอาหารเป็น แล้ว!
         ฉันได้เรียนรู้ว่าการได้ไปค่ายลูกเสือทำให้ฉันได้อะไรหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นความอดทนอดกลั้น ความสามัคคี และประสบการณ์ที่ดีในครั้งหนึ่งของชีวิต ได้รู้ว่าอาการเมื่อยล้า เหนื่อย และการเกิดอาการHOME SICKเป็นอย่างไร!^^ ฉันจะไม่มีวันลืมประสบการณ์ครั้งนี้อย่างเด็ดขาด!!






Friday, January 18, 2013

แอ็ดมินหายหน้าหายตาไปนาน กลับมาคราวนี้ก็พาหนุ่มคนนี้แห่ง 1D มาให้ชาว 1Dfc มาให้กรี๊ดกันคร่าาาา!!



ประวัติ เซน จาวาด มาลิก

ชื่อ : เซน จาวาด มาลิก (Zayn Javadd Malik)
วันเกิด : 12 มกราคม ปี พ.ศ. 2536
อายุ : 18 ปี

ศาสนา : อิสลาม
สถานที่เกิด : East Bowling, Bradford
สถานศึกษา : Tong High School
หนังสือเล่มโปรด : Harry Potter
สัตว์ที่ชอบ : สิงโต
สีที่ชอบ : ฟ้า
นักแสดงที่ชอบ : เมแกน ฟ็อกซ์
นักร้องที่ชอบ : จัสติน ทิมเบอร์เลค
อาหารจานโปรด : มักกะโรนีชีส
เพลงที่ชอบ : barbies girl
Twitter : @zaynmalik


           

        
    สำหรับหนุ่มเซน มาลิก มีชื่อเต็ม ๆ ว่า เซน จาวาด มาลิก เป็นลูกครึ่งอังกฤษกับปากีสถาน นับถือศาสนาอิสลาม เคยเข้าร่วมการประกวดในรายการ The X Factor 2010 รายการค้นหานักร้องชื่อดังในประเทศอังกฤษ ที่เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมออดิชั่นในรายการ โดยที่หนุ่มเซน ไปออดิชั่นการประกวดกับรายการประเภทนักร้องเดี่ยว ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ด้วยบทเพลง let me love you ของ Mario ซึ่งเป็นเพลงที่หนุ่มเซนบอกว่า ตั้งใจไว้ว่า หากพบกับคนที่ใช่จะร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง และจากน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมลูกเอื้อนน่าฟังทำให้หลายคนประทับใจในการร้องของเขา แม้ว่าเขาจะไปไม่ถึงฝั่งฝันก็ตาม

         
       
           แต่สุดท้าย ไซม่อน โคเวลล์ 1 ในกรรมการผู้คัดเลือกก็ได้พาหนุ่มเซนกลับมาฟอร์มทีมเข้าแข่งขันในประเภทนักร้องกลุ่มร่วมกับเพื่อนสมาชิกปัจจุบันอีก 4 คนแทน และสุดท้ายก็ได้กลายเป็น 1 ใน 3 ทีมสุดท้ายของปี 2010 ได้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ บนเวทีของ The X Factor 2010 ซึ่งหลังจากนั้นทางวงก็ได้เซ็นต์สัญญากับค่าย Syco Music ในเครือ Sony Music โดยเริ่มทำอัลบั้มแรกของพวกเขาในชื่อ Up All Night

         แม้ว่าหนุ่มเซนจะนับถือศาสนาอิสลาม แตกต่างจากเพื่อนในวงคนอื่น แต่เขาก็ภูมิใจในความเป็นอิสลามของเขามาก แถมยังบอกกับทุกคนด้วยว่า เขาอยากแสดงให้ทุกคนเห็นนและรับรู้ว่าศาสนาอิสลามควรได้รับการเคารพ เช่นเดียวกับศาสนาอื่น ๆ

          ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาคมแขกตามเชื้อสาย บวกกับมีความคิดและเสียงที่ดีแล้ว หนุ่มคนนี้ยังมีความสามารถพิเศษด้านการวาดรูป และแต่งกลอนอีกต่างหาก แถมยังเคยหยอดคำหวานทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่แทบสลบมาแล้ว แต่สำหรับสเปคสาวในฝันของหนุ่มคนนี้นั้น เขาบอกว่าชอบผู้หญิงที่มีรอยยิ้มสวย เพราะถ้ายิ้มสวย มันทำให้ทุกสิ่งนั้นคุ้มค่า...โห หวานซะ

          เห็นแบบนี้แล้วก็คงไม่แปลกที่จะมีแฟนคลับสาว ๆ ติดตามผลงานหนุ่มอารมณ์ศิลปินตัวจริงคนนี้กันอย่างล้นหลาม น่าปลื้มแทนเจ้าตัวจริง ๆ แล้วอย่าลืมติดตามชมผลงานและให้กำลังใจหนุ่มคนนี้ในบทบาทของนักร้องของวง One direction กันด้วยนะจ๊ะ แต่อย่ามัวกรี๊ด เซน มาลิก เยอะนะ เดี๋ยวหนุ่ม ๆ คนอื่นจะน้อยใจ

Tuesday, December 25, 2012

เครือข่ายคอมพิวเตอร์

  
           เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่มาเป็นสถานีบริการ หรือที่เรียกว่า เครื่องให้บริการ (Server ) และให้ไมโครคอมพิวเตอร์ตาม หน่วยงานต่างๆ เป็นเครื่องใช้บริการ (Client) โดยมีเครือข่าย(Network) เป็นเส้นทางเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์จาก จุดต่างๆ 


ชนิดของเครือข่าย
           เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งแยกตามสภาพการเชื่อมโยงได้ 2 ชนิด
- เครือข่ายแลน (Local Area Network : LAN)
- เครือข่ายแวน (Wide Area Network : WAN

 เครือข่ายแลน
 

            หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท้องถิ่นเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในท้องที่ บริเวณเดียวกันเข้าด้วยกัน เช่น ภายในอาคาร หรือภายในองค์การที่มีระยะทางไม่ไกลมากนัก เครือข่ายแลนจัดได้ว่าเป็นเครือข่ายเฉพาะขององค์การ การสร้างเครือข่ายแลนนี้องค์การสามารถดำเนินการทำเองได้ โดยวางสายสัญญาณสื่อสารภายในอาคารหรือภายในพื้นที่ของตนเอง เครือข่ายแลน มีตั้งแต่เครือข่ายขนาดเล็กที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปภายในห้องเดียวกันจนเชื่อมโยงระหว่างห้อง หรือองค์การขนาดใหญ่เช่นมหาวิทยาลัย มีการวางเครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างอาคารภายในมหาวิทยาลัย เครือข่ายแลนจึงเป็นเครือข่ายที่รับผิดชอบโดยองค์การที่เป็นเจ้าของ ลักษณะสำคัญของเครือข่ายแลน คืออุปกรณ์ที่ประกอบภายในเครือข่ายสามารถรับส่งสัญญาณกันด้วยความเร็วสูงมาก โดยทั่วไปมีความเร็วตั้งแต่ หลายสิบล้านบิตต่อวินาที จนถึงร้อยล้านบิตต่อวินาที การสื่อสารในระยะใกล้จะมีความเร็วในการสื่อสารสูง ทำให้การรับส่งข้อมูลมีความผิดพลาดน้อยและสามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมากในเวลาจำกัดได้

เครือข่ายแวน 

 
          เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ในระยะไกล เช่น เชื่อมโยงระหว่างจังหวัด ระหว่างประเทศ การสร้างเครือข่ายระยะไกล จึงต้องอาศัยระบบบริการข่ายสายสาธารณะ เช่น สายวงจรเช่าจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยหรือจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย ใช้วงจรสื่อสารผ่านดาวเทียม ใช้วงจรสื่อสารเฉพาะกิจที่มีให้บริการแบบสาธารณะ เครือข่ายแวนจึงเป็นเครือข่าย ที่ใช้กับองค์การที่มีสาขาห่างไกลและต้องการเชื่อมสาขาเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เช่น ธนาคารมีสาขาทั่วประเทศ มีบริการ รับฝากเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม เครือข่ายแวนเชื่อมโยงระยะไกลมาก จึงมีความเร็วในการสื่อสารจึงไม่สูง เนื่องจาก มีสัญญาณรบกวนในสาย และการเชื่อมโยงระยะไกลจำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษในการลดปัญหาข้อผิดพลาดของ การรับส่งข้อมูล เครือข่ายแวน เป็นเครือข่ายที่ทำให้เครือข่ายแลนหลายๆ เครือข่ายเชื่อมถึงกันได้เช่นที่ทำการสาขาทุกแห่ง ของธนาคารแห่งหนึ่งมีเครือข่ายแลนเพื่อใช้ทำงานภายในสาขานั้นๆ และมีการเชื่อมโยงเครือข่ายแลน ของทุกสาขาให้เป็นระบบเดียวด้วยเครือข่ายแวน ในอนาคตอันใกล้นี้ บทบาทของเครือข่ายแวนจะทำให้ทุกบริษัท ทุกองค์การทุกหน่วยงานเชื่อมโยงเครือข่าย คอมพิวเตอร์ของตนเองเข้าสู่เครือข่ายกลาง เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และการทำงานร่วมกัน ในระบบที่ต้องติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เทคโนโลยีที่ใช้กับเครือข่ายแวนมีความหลากหลาย มีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศด้วยช่องสัญญาณดาวเทียม เส้นใยนำแสง คลื่นไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ สายเคเบิล ทั้งที่วางตามถนนและวางใต้น้ำ เทคโนโลยีของการเชื่อมโยง ได้รับการพัฒนาไปมากแต่ยังไม่พอเพียงกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

เทคโนโลยีเครือข่ายแลน
           การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่ายแลนนั้น มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องสื่อสาร ข้อมูลระหว่างกันได้ทั้งหมดหากนำเครื่องคอมพิวเตอร์สองเครื่องต่อสายสัญญาณเข้าหากันจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งสอง นั้นส่งข้อมูลถึงกันได้ครั้นจะนำเอาคอมพิวเตอร์เครื่องที่สามต่อรวมด้วย เริ่มจะมีข้อยุ่งยากเพิ่มขึ้น และยิ่งถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก ก็ยิ่งมีข้อยุ่งยากที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดสื่อสารกันได้ ด้วยเหตุนี้ผู้พัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงต้องหาวิธีการและเทคนิคในการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบต่างๆ เพื่อลดข้อยุ่งยาก ในการเชื่อมโยงสายสัญญาณโดยใช้สายสัญญาณน้อยและเหมาะสมกับการนำไปใช้งานได้ ทั้งนี้เพราะข้อจำกัดของการใช้ สายสัญญาณเป็นเรื่องสำคัญมาก บริษัทผู้พัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้พยายามคิดหาวิธี และใช้เทคโนโลยีในการรับส่งข้อมูลภายในเครือข่ายแลน ออกมาหลายระบบ ระบบใดได้รับการยอมรับก็มีการตั้งมาตรฐานกลาง เพื่อว่าจะได้มีผู้ผลิตที่สนใจการผลิตอุปกรณ์ เชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่าย เทคโนโลยีเครือข่ายแลนจึงมีหลากหลาย เครือข่ายแลนที่น่าสนใจ เช่น อีเทอร์เน็ต (Ethernet) โทเก็นริง (Token Ring) และ สวิตชิง (Switching)

Saturday, December 22, 2012

โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง


ประวัติความเป็นมาของการทำเมี่ยงคำเมืองตาก  

                เหตุที่คนตากนิยมทานเมี่ยงซึ่งส่วนใหญ่มีมะพร้าวเป็นตัวหลัก ดังนั้นจึงมีกะลา มะพร้าวมาก และเค้าก็เอามาทำกระทงสำหรับลอยในวันลอยกระทง   
               เมี่ยงอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองตากก็คือ เมี่ยงเต้าเจี้ยว บางทีก็เรียกกันว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือ เมี่ยงจอมพล  ที่เรียกว่าเมี่ยงจอมพลเนื่องจาก ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียก ''เมี่ยงจอมพล” เศษส่วน/ส่วนประกอบของการทำเต้าเจี้ยว -มะพร้าวหั่นชิ้นเล็กๆ คั่ว 1 ถ้วย (300 กรัม) -กุ้งแห้งตัวเล็ก (ชนิดจืด) 1 ถ้วย (300 กรัม) -ถั่วลิสงคั่ว 1 ถ้วย (300 กรัม) -หอมแดงหั่นเหลี่ยมเล็กๆ ½ ถ้วย (50 กรัม) -ขิงหั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ½ ถ้วย (50 กรัม) -มะนาวหั่นทั้งเปลือกสี่เหลี่ยมเล็กๆ ½ ถ้วย (60 กรัม) -พริกขี้หนูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ (กรณีคนชอบเผ็ด) 25 เม็ด (30 กรัม) -ใบชะพลู, ใบทองหลาง ชนิดละ 100 กรัม ขั้นตอนการทำ ให้จัดใบชะพลูหรือใบทองหลางใส่จานวางเครื่องปรุงอย่างละน้อยลงบนใบชะพลู หรือใบทองหลางที่จัดเรียงไว้ตักน้ำเมี่ยงหยอดห่อเป็นคำๆ รับประทาน

วัตถถุประสงค์

            1.เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของเมี่ยงคำเมืองตาก และภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตากของชาวเมืองตาก
                2.เพื่ออนุรักษ์เมี่ยงคำเมืองตาก

ประโยชน์ที่ได้รับ
            -ได้รับความรู้จากประสบการณ์จริง
-นำความรู้ที่ได้จากการเมี่ยงคำเมืองตากมาใช้ในด้านการอนุรักษ์การทำเมี่ยงคำของชาวจังหวัดตาก


วิธีการดำเนินงาน
1. พบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อวางแผนทำโครงร่าง
2. จัดทำโครงร่าง
3. สอบถามและค้นคว้าข้อมูลจากที่มาและผู้รู้ในท้องถิ่น
4. เรียบเรียงข้อมูลและทำรูปเล่มโครงงาน
5. นำเสนอโครงงาน

ผลการดำเนินงาน
ประวัติความเป็นมาและภูมิปัญญาท้องถิ่นของเมี่ยงคำเมืองตาก
                เมี่ยงคำเมืองตากเกิดจากผู้เฒ่าผู้แก่ในตำบลหัวเดียดได้คิดค้นอาหารว่างไว้เพื่อรับประทานเล่น โดยคิดว่าควรจะนำสมุนไพรต่างๆมาทำเป็นอาหารว่าง จึงเกิดการทำเมี่ยงคำเมืองตากขึ้นมาและสืบทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน ทำให้เกิดเป็นเมี่ยงคำเมืองตากที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากเมี่ยงคำเมืองตากมีการใส่เต้าเจี้ยวลงไปในเมี่ยงคำ
เมี่ยงเต้าเจี้ยว บางทีก็เรียกกันว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือ เมี่ยงจอมพล ที่เรียกว่าเมี่ยงจอมพลเนื่องจาก ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียก ''เมี่ยงจอมพล”                                                                             อาชีพเสริมสร้างรายได้

    การทำเมี่ยงคำเมืองตากเป็นการเสริมสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในชุมชนได้เป็นอย่างมาก ปัจจุบันเมี่ยงคำเมืองตากนั้นมีชื่อเสียงไปไกลถึงจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนหัวเดียดได้มาก

สรุปและอภิปรายผล
สรุปผล
                เมี่ยงคำเมืองตากมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนหัวเดียดที่คิดค้นเมี่ยงคำเมืองตากขึ้นมา ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการทำเมี่ยงคำเมืองตาก

อภิปรายผล
                เมี่ยงคำเมืองตากมีความแตกต่างจากเมี่ยงคำทั่วไปเพราะมีส่วนประกอบที่เป็นสมุนไพรต่างๆและใส่เต้าเจี้ยวเมืองตากลงไป ทำให้เมี่ยงคำเมืองตากเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดตาก เพราะมีรสชาติที่อร่อยและเป็นเอกลักษณ์ของเมี่ยงคำเมืองตาก นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับชาวจังหวัดตากอีกด้วย




 

Saturday, December 15, 2012

อ๊ะอ๊ะอ๊ะมาแล้ว! มารู้จักกับน้องคนสุดท้องของ 1D กันน้าาา รับรองว่าหนุ่มแฮรี่คนนี้น่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ขอบอกกกก



Harry Styles

Name : Harry Styles
Born : 1 February 1994
Home Town : Holmes Chapel, Cheshire
Study : Holmes Chapel Comprehensive School


       Harry สมาชิกที่อายุน้อยที่สุด และเป็นคนที่ Hot ที่สุดในวง โดยที่มี Follower ในtwitter ทะลุ 1 แสนคนเป็นคนแรกในกลุ่ม ปัจจุบันนี้ถึงล้านกว่าแล้ว เอกลักษณ์ที่สะดุดตาคือผมหยิกธรรมชาติของ Harry นั่นเอง (เห็นแล้วอยากจะไปขยี้หัวเล่นจริงๆ) เพื่อนๆขนานนาม Harryว่า The flirt เพราะความเจ้าชู้เบาๆ ของเจ้าตัวนี่เอง 5555
       Harry มักจะได้ร้องมากที่สุดในเพลง และมักได้รับหน้าที่ร้องท่อนโซโลหรือท่อนฮุคอยู่เสมอ
เพื่อนในวงที่ Harry สนิทมากที่สุด คือ Louis Tomlinson พี่ใหญ่ของวง จนเกิดกระแส Bromance กันเลยทีเดียว ลักษณะนิสัยส่วนตัวเป็นคนตลก เฮฮา บ้าบิ่น ทะลึ่งตึงตังเบาไ แต่เป็นคนที่โรแมนติกนะจะบอกให้!

       Harry ออดิชั่นที่ Manchester มากับเพลง isn’t she lovely โดยร้องแบบacapella แต่น่าเสียดายที่วันนั้น 1 ในกรรมการคือ Louis ดันอาร์ตแตกวันนั้นพอดี เลยได้มาแค่2 YES ผ่านเข้ารอบมาได้

Thursday, December 13, 2012

'Meteor shower' Don't miss it!!!


       อย่าพลาด ! ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์ส่งท้ายปี นอนชมฝนดาวตกเจมินิดส์คืน 13 ธันวาคมนี้ 4ทุ่มเป็นต้นไป ดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย ตกสูงสุด 120 ดวงต่อชั่วโมงค่ะ

       ในระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ คนไทยจะได้ชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ช่วงที่จะเกิดฝนดาวตกมากที่สุดคือคืนวันที่ 13 ธ.ค.-ช่วงเช้ามืดวันที่ 14 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันแรม 15 ค่ำ ไม่มีแสงจากดวงจันทร์มารบกวน จึงสามารถมองเห็นฝนดาวตกด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณใกล้กับกลุ่มดาวคนคู่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตกเจมินิดส์ มีลักษณะเป็นริ้วสีขาวพาดผ่านท้องฟ้า ตั้งแต่เวลา 22:00 น. ของคืนวันที่ 13 ธันวาคม ถึงเช้ามืดประมาณ 05:00 น. ของวันที่ 14 ธันวาคม ตามเวลาในประเทศไทยค่ะ 




รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่ : http://www.dailynews.co.th/technology/172179

Monday, December 10, 2012

มาต่อประโยชน์ดีๆเรื่องไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ


ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงผลกระทบจากการบุกรุกทำลายป่าไม้ของประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้ง พื้นที่ต้นนํ้าลำธารเสื่อมโทรม ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพทางการเกษตร กลายเป็นปัญหาทุกข์ร้อนของประชากรส่วนใหญ่ในชนบท พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ ให้คืนกลับสู่สภาพธรรมชาติด้วยแนวทางผสมผสาน โดยการปลูกไม้ทดแทนควบคู่กับการพัฒนาอาชีพราษฎร
ด้วยการวางแผนร่วมมือกันของทุกส่วนราชการ ในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาวะแวดล้อม
     การปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 ประการ ตามแนวพระราชดำรินั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน
พระราชดำริ ไว้เมื่อปี 2519 ณ หน่วยพัฒนาต้นนํ้าทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ว่าการปลูกไม้ 3 อย่าง คือ ไม้ผล
ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ จะทำให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสานและสร้างความสมดุลแก่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองความต้องการของรัฐและวิถีประชาในชุมชนอันเป็นทฤษฎีการปลูกต้นไม้ลงในใจคน โดยการปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชาชนให้ปลูกต้นไม้ลงแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง
และในการฟื้นฟูพื้นที่ต้นนํ้าตามแนวพระราชดำริ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
     ซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2525 เพื่อศึกษาหารูปแบบในการพัฒนาที่เหมาะสมในพื้นที่ต้นนํ้าลำธารนั้น พระองค์ทรงมีพระราชดำริ แนวทางในการปลูกไม้ฟื้นฟูสภาพป่าต้นนํ้าว่า การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้ให้ปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ หรือ ไม้ผล
ไม้สร้างบ้าน และไม้ฟืน ซึ่งจะให้ประโยชน์ 4 ประการ คือ ได้ใช้สอยและเศรษฐกิจ ไม้ฟืน ไม้กินได้ และประการสุดท้าย คือ สามารถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นนํ้าลำธารด้วย
ประเภทไม้ 3 อย่างที่เหมาะสมแก่การใช้ปลูก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นให้ใช้พันธุ์ไม้ที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น เพราะเป็นไม้ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี มีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่อยู่แล้ว ไม่เป็นการเสี่ยงต่อภาวะการรอดตายและการเจริญเติบโต เป็นและที่รู้จักของราษฎรในท้องถิ่นอย่างดี พื้นที่ที่เหมาะสมแก่การปลูกไม้ป่าดังกล่าว ควรเป็นพื้นที่ที่มีสภาพเสื่อมโทรม หรือเป็นบริเวณป่าเพื่อการพึ่งพิงของราษฎรที่อยู่บริเวณใกล้ๆหมู่บ้าน วิธีการปลูกก็ให้ปลูกเสริมในลักษณะธรรมชาติ โดยไม่จับต้นไม้เข้าแถว ซึ่งการปลูกเสริมตามลักษณะธรรมชาตินี้ เมื่อต้นไม้โตขึ้นก็จะมีสภาพเป็นป่าตามธรรมชาติ โดยจะไม่มี
ลักษณะเป็นสวนป่าที่มีต้นไม้เรียงเป็นแถว

ไม้ 3 อย่าง
ลักษณะไม้ 3 อย่าง เป็นชนิดไม้ที่มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับวิถีชีวิตของชุมชน คือ
1. ไม้ใช้สอยและเศรษฐกิจ เป็นชนิดไม้ที่ชุมชนนำไปใช้ในการปลูกสร้างบ้านเรือน โรงเรือน เครื่องเรือน คอกสัตว์
เครื่องมือในการเกษตร เช่น เกวียน คันไถ ด้ามจอบ เสียม และมีด รวมทั้งไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องจักรสาน กระบุง ตะกร้าเพื่อนำไปใช้นำครัวเรือน และเมื่อมีพัฒนาการทางฝีมือก็สามารถจัดทำเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน นำไปจำหน่ายเป็นรายได้ของชุมชน ซึ่งเรียกว่า เป็นไม้เศรษฐกิจของชุมชน ได้แก่ มะขามป่า สารภี ซ้อ ไผ่หก ไผ่ไร่ ไผ่บง ไผ่ซาง มะแฟน สัก ประดู่ กาสามปีก จำปี จำปา ตุ้ม ทะโล้ หมี่ ยมหอม กฤษณา นางพญาเสือโคร่ง ไก๋ คูณ ยางกราด กระถิน เก็ดดำ มะหาด ไม้เติม มะห้า มะกอกเกลื้อน งิ้ว ตีนเป็ด ยมหอม มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว บุนนาค ปีบ ตะแบก ตอง คอแลน รัง เต็ง แดง พลวง พะยอม ตะเคียน ฮักหลวง เป็นต้น



2. ไม้ฟืนเชื้อเพลิงของชุมชน ชุมชนในชนบทต้องใช้ไม้ฟืน เพื่อการหุงต้มปรุงอาหาร สร้างความอบอุ่นในฤดูหนาว
สุมควายตามคอก ไล่ยุง เหลือบ ริ้น ไร รวมทั้งไม้ฟืนในการนึ่งเมี่ยง และการอบถนอมอาหาร ผลไม้บางชนิด ไม้ฟืนมีความ
จำเป็นที่สำคัญ หากไม่มีการจัดการที่ดีไม้ธรรมชาติที่มีอยู่จะไม่เพียงพอในการใช้ประโยชน์ ความอัตคัดขาดแคลนจะเกิดขึ้น
ดังนั้นจะต้องมีการวางแผนการปลูกไม้โตเร็วขึ้นทดแทนก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ฟืนใช้ได้อย่างเพียงพอ ได้แก่ ไม้หาด สะเดา
เป้าเลือด มะกอกเกลื้อน ไม้เต้าหลวง กระท้อน ขี้เหล็ก ตีนเป็ด ยมหอม ลำไยป่า มะขม ดงดำ มะแขว่น สมอไทย ตะคร้อ
ต้นเสี้ยว บุนนาค ตะแบก คอแลน แดง เต็ง รัง พลวง ติ้ว หว้า มะขามป้อม แค ผักเฮือด เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน กาสามปีก มันปลา นางพญาเสือโคร่ง มะมือ ลำไย รกฟ้า ลิ้นจี่



3. ไม้อาหารหรือไม้กินได้ ชุมชนดั้งเดิมเก็บหาอาหารจากแหล่งธรรมชาติ ทั้งการไล่ล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร รวมทั้งพืชสมุนไพร อดีตแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์จึงเป็นแหล่งอาหารเสริมสร้างพลานามัย การปลูกไม้ที่สามารถให้หน่อ
ใบ ดอก ผล ใช้เป็นอาหารได้ก็จะทำให้ชุมชนมีอาหารและสมุนไพร ในธรรมชาติเสริมสร้างสุขภาพให้มีกินมีใช้อย่างไม่ขาดแคลน ได้แก่ มะหาด ฮ้อสะพายควาย เป้าเลือด บุก กลอย งิ้ว กระท้อน ขี้เหล็ก มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว คอแลน ผักหวานป่า มะไฟ มะขามป้อม มะเดื่อ มะปีนดง เพกา แค สะเดา เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน มะเม่า หวาย ดอกต้าง กระถิน
ก่อเดือย หว้า กล้วย ลำไย มะกอกเกลื้อน มะระขี้นก ประคำดีควาย ตะคร้อ กระบก ผักปู่ย่า มะเฟือง แคหางค่าง ขนุน มะปราง มะหลอด คอแลน มะเม่า ส้มป่อย



ประโยชน์ 4 ประการ
ไม้ 3 อย่าง เมื่อปลูกไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ 4 ประการ คือ
1. ในสภาพปัจจุบันป่าไม้ลดลงเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอ ดังนั้น เมื่อมีการปลูกไม้ที่มีความเหมาะสมและมีคุณสมบัติที่ดีเพื่อการใช้สอยและสามารถนำมาใช้เสริมสร้างอาชีพได้ โดยมีการวางแผนอย่างมีส่วนร่วมและดูแลรักษาก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ไว้ใช้สอยอย่างไม่ขาดแคลน และจะไม่สร้างผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่และหากมีการปลูกในปริมาณที่มากพอ ชุมชนก็สามารถนำมาเสริมสร้างอาชีพเสริมได้ทำให้ชุมชนมีรายได้เสริมให้มีความอยู่ดีกินดีขึ้น



2. ไม้ฟืนเป็นวัสดุเชื้อเพลิงพื้นฐานของชุมชน หากชุมชนไม่มีไม้ฟืนไว้สนับสนุนกิจกรรมครัวเรือน ชุมชนจะต้องเดือดร้อนและสิ้นเปลืองเงินทอง เพื่อการจัดหาแก๊สหุงต้ม หรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาวัสดุเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ



3. พืชอาหารและสมุนไพรรวมทั้งสัตว์แมลง ที่ชุมชนสามารถเก็บหาได้จากธรรมชาติจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าปลอดสารพิษ อันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่ต้องการแล้วยังสามารถใช้เป็นสินค้าเสริมสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย



4. เมื่อมีการปลูกไม้เจริญเติบโตเป็นพื้นที่ขยายมากเพิ่มขึ้น และมีการปลูกเสริมคุณค่าป่าด้วยพันธุ์ต่างๆ ทำให้เกิดความหลากหลายและเป็นการอนุรักษ์ดินและนํ้า รวมทั้งก่อให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ต้นนํ้าลำธาร




คณิต ธนูธรรมเจริญ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ